กลุ่มปะการังในประเทศไทย

แนวปะการัง

เป็นบริเวณที่มีการสะสมตัวของโครงร่างหินปูนหรือก้อนปะการัง เมื่อเวลาผ่านไปหลายร้อยถึงหลายพันปี จึงเกิดมาเป็นแนวปะการังในที่สุด แนวปะการังในประเทศไทยมีการพัฒนาหลายรูปแบบ แต่ที่รู้จักกันดี แบ่งเป็น 3 ประเภท ดังนี้
แนวปะการังติดเกาะ (Fringing Reef) เกือบทั้งหมดของแนวปะการังในประเทศไทย อยู่ในรูปแบบนี้ จุดสังเกตโดยง่ายคือแนวปะการังจะตั้งอยู่ตามชายฝั่งของเกาะ มีส่วนต่อเนื่องมาจากชายหาดถึงแนวปะการัง สามารถแบ่งเขตต่าง ๆ เช่น เขตตอนใน (Reef Flat) ขอบแนวปะการัง (Reef Edge) เขตแนวปะการังหักชัน (Reef Slope) นอกจากตามเกาะแล้ว อาจมีแนวปะการังบางแห่งตั้งอยู่ติดชายฝั่งแผ่นดินใหญ่ เช่น บ่อทองหลาง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ อ่าวสลัด จ.ระยอง แต่แนวปะการังติดฝั่งเหล่านี้พบอยู่ไม่มากนัก เนื่องจากมีปัจจัยสิ่งแวดล้อมจำกัด


แนวปะการังกลางน้ำ (Patch Reef) ในอดีตเป็นส่วนหนึ่งของแนวปะการังชายฝั่งมาก่อน ต่อมาเมื่อลักษณะภูมิประเทศเปลี่ยนแปลง จึงกลายเป็นแนวปะการังกลางน้ำ ไม่มีส่วนเชื่อมต่อกับชายหาด แต่ยังอยู่ใกล้ฝั่ง ไม่สามารถแบ่งแนวปะการังเป็นเขตต่าง ๆ ได้ชัดเจน แนวปะการังแบบนี้ เช่น อ่าวเจ้าหลาว จ.จันทบุรี หินกรูด จ.ประจวบฯ รอบเกาะหมาก จ.ตราด เป็นต้น



แนวปะการังกองหิน เกิดจากกองหินที่ตั้งอยู่กลางทะเล มีปะการังมาเกาะ จนพัฒนาเป็นพื้นที่ซึ่งมีปะการังเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม บริเวณนี้ไม่สามารถแบ่งเขตแนวปะการังได้ชัดเจน เช่น หินอ่างวัง จ.สุราษฎร์ฯ เกาะโลซิน จ.นราธิวาส เป็นต้น




หินกรูด (ประจวบฯ) เป็นแนวปะการังกลางน้ำ ตั้งอยู่ห่างชายฝั่งบ้านกรูด อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ ประมาณ 1,000 เมตร สัณฐานเป็นรูปไข่ ความยาวประมาณ 500 เมตร กว้าง 300 เมตร อยู่ในระดับน้ำลึก 2-4 เมตร แม้จะมีชื่อเรียกว่า "หิน" แต่ที่นี่ไม่มีหินเลย พื้นเป็นปะการังที่มีชีวิตร้อยละ 68 เกือบทั้งหมดเป็นปะการังก้อนขนาดใหญ่ ความสูง 2-3 เมตร เป็นที่อยู่อาศัยของปลาเป็นจำนวนมาก เช่น ปลาเก๋า กะพงแดงเขี้ยว กล้วยญี่ปุ่น รวมทั้งสัตว์น้ำพวกกุ้งและปู 14 ชนิด
หินกรูดเป็นตัวแทนที่ดีของแนวปะการังกลางน้ำส่วนใหญ่ของเมืองไทยมักมีปะการังก้อนขนาดใหญ่เป็นองค์ประกอบหลัก เช่น รอบเกาะหมาก จ.ตราด

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน


• หมู่เกาะสิมิลัน ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 43 เมื่อปีพ.ศ. 2525 มีขนาดพื้นที่ 128 ตารางกิโลเมตร (80000 ไร่) ในปีพ.ศ. 2541 มีการผนวกเกาะตาชัยและเกาะบอนเพิ่มอีก 12 ตารางกิโลเมตร รวมเป็น 140 ตารางกิโลเมตร (87,500ไร่) ซึ่งเป็นพื้นที่บก 15 ตารางกิโลเมตร (9,375 ไร่)
• อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันอยู่ในเขต อ.คุระบุรี จ.พังงา สิมิลัน เป็นภาษายาวี หมายถึง เก้า ตามจำนวนเกาะที่เรียงตัวในแนวเหนือ-ใต้ โดยเกาะหนึ่งอยู่ด้านทิศใต้ เกาะแปดหรือเกาะสิมิลันมีขนาดใหญ่ที่สุดบนพื้นที่ประมาณ 5 ตาราง
กิโลเมตร และมียอดสูงสุดที่ 244 เมตร

กฎระเบียบข้อห้าม
• การท่องเที่ยวพักผ่อนในเขตพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติ มีกฎระเบียบที่นักท่องเที่ยวผู้มีจิตสำนึกทุกคนต้องยึดถือปฏิบัติ
เพื่อให้เกิดความเรียบร้อยในการใช้พื้นที่ร่วมกันอย่างยั่งยืนถาวร ดังนี้
-ไม่เก็บทุกอย่างออกจากพื้นที่นอกจากขยะ
-ไม่ส่งเสียงดังอันเป็นการรบกวนผู้อื่น รวมทั้งสัตว์ป่า
-ไม่ล่า ทำลาย หรือกระทำการใดๆ อันจะทำให้พืช สัตว์ และสภาพแวดล้อมเสียหาย
-จงตระหนักถึงคุณค่าของธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ ที่เราทุกคนต้องใช้ร่วมกันและรักษาไว้เพื่อตัวเราเอง
แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ
• เกาะเมียงหรือเกาะสี่ เป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานฯ หาดทรายขาวละเอียดน่าเล่นน้ำทั้งหาดใหญ่และหาดเล็กซึ่งต้องเดินผ่านป่าดิบสภาพสมบูรณ์ประมาณ 20 นาที เป็นที่อาศัยของนกชาปีไหน ค้างคาวแม่ไก่ และปูไก่ที่มีเสียงร้องคล้ายลูกไก่ รวมทั้งสัตว์ป่าสารพัดชนิด บนเกาะมีแหล่งน้ำจืด มีบ้านพัก ลานกางเต็นท์ ร้านค้าสวัสดิการ และมีบริการเรือหางยาวพาดำน้ำตื้น
• เกาะสิมิลันหรือเกาะแปด เป็นเกาะใหญ่ที่สุด มีอ่าวใหญ่โค้งสวยงาม เรียกว่า อ่าวเกือก ทรายขาวละเอียดราวแป้ง หน้าอ่าวสามารถดำน้ำชมปะการังน้ำตื้นได้ ด้านขวาของอ่าวมีหินรูปร่างคล้ายเรือใบตั้งตระหง่านโดดเด่นเป็นสัญลักษณ์ของสิมิลัน สามารถปีนขึ้นไปชมทิวทัศน์ได้
• เกาะปาหยูหรือเกาะเจ็ด ด้านตะวันออกมีทั้งจุดดำน้ำตื้นและน้ำลึกที่สวยงามมาก นักดำน้ำหลายคนชอบที่นี่มากที่สุด เพราะมีทั้งปะการังแข็ง ปะการังอ่อน กัลปังหา และฝูงปลานานาชนิด รองลงไปคือด้านตะวันตก ส่วนด้านเหนือมีกองหินมีกัลปังหา เกาะนี้ไม่มีหาด
• หินปูซาหรือหินหัวกะโหลก เป็นเกาะเล็กๆ ที่มีก้อนหินรูปร่างคล้ายหัวกะโหลกอยู่เหนือน้ำ ส่วนใต้น้ำก็แปลกตาด้วยก้อนหินที่มีรูมีโพรงและมีช่องให้นักดำน้ำตื่นตาตื่นใจ
• เกาะห้า ด้านตะวันตกมีกองหินขนาดใหญ่ที่มีปะการังอ่อนขึ้นอยู่ทั่ว พื้นที่ใกล้ๆ มีปลาไหลสวนที่มุดอยู่และชูคอออกมาดักอาหาร
กองหินแฟนตาซี เป็นจุดดำน้ำลึกอยู่ด้านตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะบางูหรือเกาะเก้า มีกองหินสลับซับซ้อนที่เต็มไปด้วยปะการังอ่อนและกัลปังหา
• หินสันฉลาม เป็นกองหินปริ่มน้ำใกล้ๆ เกาะปาหยันหรือเกาะสาม นักดำน้ำมักได้พบกับฉลามครีบเงิน ฉลามเสือดาว และฉลามหูขาว
• เกาะบอน อยู่ระหว่างหมู่เกาะสิมิลันกับเกาะตาชัย ไม่มีหาด แม้ใต้น้ำไม่สวยเท่าจุดอื่นๆ แต่มีโอกาสพบกระเบนราหูได้มาก เหมาะสำหรับการดำน้ำลึก
• เกาะตาชัย อยู่เหนือสุดของหมู่เกาะสิมิลัน บนเกาะมีหาดทรายขาวละเอียดสวยงาม มีแหล่งน้ำจืดและลานกางเต็นท์ เหมาะสำหรับการดำน้ำลึก เป็นที่ซึ่งพบฉลามวาฬได้บ่อย
การเดินทางไปหมู่เกาะสิมิลัน
• นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะไปลงเรือที่ท่าเรือทับละมุ จ.พังงา จากทางหลวงหมายเลข 4 (ช่วงระนอง-พังงา) ช่วง ต.ลำแก่น มีทางแยกขวาไปท่าเรือทับละมุอีกประมาณ 5 กิโลเมตร ก่อนถึงท่าเรือด้านซ้ายมือเป็นที่ตั้งของที่ทำการและศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน
• หากเดินทางโดยรถโดยสารประจำทางจากสถานีขนส่งสายใต้ สามารถไปได้ทุกคันที่วิ่งสายระนอง-พังงา ลงที่ทางแยกไปท่าเรือทับละมุแล้วต่อรถรับจ้างมาที่ท่าเรือ
• ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนถึงกลางเดือนพฤษภาคม เป็นฤดูท่องเที่ยว มีเรือโดยสารจากท่าเรือทับละมุไปเกาะสิมิลันทุกวัน โดยเรือส่วนเรือออกช่วงเช้า หากมาเป็นหมู่คณะสามารถเช่าเหมาเรือได้
• หมู่เกาะสิมิลันอยู่ห่างจากฝั่งที่ท่าเรือทับละมุซึ่งเป็นจุดที่ใกล้ที่สุดประมาณ 70 กิโลเมตร แต่ก็มีเรือท่าเรือโดยสารธรรมดาและเรือเร็วบริการพานักท่องเที่ยวมาจากภูเก็ตด้วย
• หมู่เกาะสิมิลันอยู่ห่างไกลจากฝั่ง มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นสำหรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่จำกัด การเดินทางไปเกาะสิมิลันจึงต้องติดต่อล่วงหน้าเท่านั้น




เกาะล้าน (เกาะปะการัง)

เกาะล้าน (เกาะปะการัง)
กาะล้าน หรือที่รู้จักกันในนามเกาะปะการังนั้นเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นอย่างมาก เหตุที่เรียกเกาะล้านว่าเกาะปะการังนั้นเนื่องจากใต้ทะเลของบริเวณเกาะดังกล่าวเต็มไปด้วยปะการังที่สวยงามและหลายชนิด และประกอบไปด้วยหมู่เกาะเล็ก ๆ ซึ่งรวมถึง เกาะครก และเกาะสาก เกาะล้านนั้นเป็นเกาะที่เหมาะสำหรับการดำน้ำดูปะการัง (สน็อร์กเกิล) และหาดทรายสีขาว ทะเลสีน้ำเงินเข้มไปถึงสีเขียวน้ำทะเล ที่ทำให้นึกถึงทะเลอันดามัน เกาะล้านตั้งอยู่ไม่ไกลจากพัทยาและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก
เกาะล้าน ห่างจากพัทยาเพียง 7.5 กิโลเมตร มีรูปร่างลักษณะห้าเหลี่ยม มีความยาวประมาณ 4.65 กิโลเมตร และส่วนที่กว้างที่สุดนั้นมีขนาด 2.15 กิโลเมตร เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่และป่าไม้นานาชนิดเนื่องจาก 90% ของเกาะเป็นภูเขา เกาะล้านนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งรวมถึงชายหาดที่อยู่ห่างไกลออกไปซึ่งเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเพลิดเพลินและเดินทางไปสำรวจ

หาดตาแหวน อยู่ทางเหนือสุดของเกาะล้าน ที่ๆคุณจะพบกับหาดตาแหวนที่โด่งดังกับหาดทรายสีทองที่ยาวถึง 750 เมตรที่ทอดตัวไปกับชายฝั่ง พร้อมกับทรายสีขาวแวววาวที่ตัดกันกับน้ำสีฟ้าใส ชายหาดนี้เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวชาวเอเซีย นอกจากจะเพลินเพลินไปกับการว่ายไปในน้ำสีฟ้าใส คุณยังสามารถเพลินเพลินไปกิจกรรมทางน้ำต่าง ๆ เช่น บานาน่าโบ๊ท และเจ็ทสกี
หาดทองหลาง ชายหาดขนาดเล็กที่เต็มไปด้วยความเงียบสงบ สถานที่ที่ควรไปสำหรับผู้ที่แสวงหาความเป็นส่วนตัวและบรรยากาศในการพักผ่อน คุณยังสามารถเพลิดเพลินไปกับการสน็อร์กเกิลได้หลายทาง การดำนำดูปะการังน้ำตื้นนั้นมีการให้บริการเรือดำน้ำกระจกด้วย ดังนั้นผู้ที่ชื่นชอบปะการังสามารถเพลิดเพลินไปกับการดูปะการังใต้น้ำได้อีกหนทางหนึ่ง ค่าบริการอยู่ที่ 1,500 บาทต่อหนึ่งท่าน สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ต้องการสน็อร์กเกิลนั้นมีเรือดำน้ำกระจกให้บริการอยู่ที่หาดทองหลาง ที่จะพาท่านไปชมปะการังโดยที่ตัวท่านไม่เปียกน้ำ
หาดสังวาล หาดสังวาลเป็นหาดเล็ก ๆ มีความยาวประมาณ 150 เมตร อยู่ติดกัยหาดตาแหวง หาดสังวาลนี้มีความงดงามไม่แพ้หาดตาแหวงและมีความเป็นส่วนตัว เงียบสงบ
หาดเทียน หาดเทียนนั้นทอดตัวยาว 500 เมตรไปทางตะวันตกของเกาะล้าน เป็นที่ชื่นชอบของชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวยุโรป หาดเทียนนี้มีกีฬาทางน้ำหลายชนิดเช่น เจ็ทสกี บานาน่าโบ๊ท แต่สภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวยในการเล่นดังกล่าวเท่าหาดตาแหวน หาดเทียนนี้เงียบสงบ และเต็มไปด้วยครอบครัวที่มาพักผ่อน โดยทั่วไปแล้วนักท่องเที่ยวจะเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมที่ผ่อนคลายต่าง ๆ เช่น ว่ายน้ำ กระดานโต้คลื่น อาบแดด และนวดแผนโบราณ
สำหรับการค้างคืนที่หาดเทียนนั้น มีการให้บริการทั้งให้เช่าบังกาโล และเต็นท์ หากคุณมองหาที่พักที่สะดวกสบายแล้วละก็ หาดแสมนั้นเหมาะมากกว่า
หาดแสม หาดแสมมีชายหาดที่ยาวถึง 300 เมตรได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวยุโรป เนื่องจากมีจุดชมวิวเขานมซึ่งคุณสามารถชมพระอาทิตย์ตก และเมืองพัทยา
หาดนวล หาดนวลตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะล้าน มีชาดหาดส่วนตัวที่ยาวถึง 250 เมตร มีโรงแรมให้บริการตลอดชายหาด
เดินทางไปเกาะล้านอย่างไร ?
สปีดโบ๊ท ใช้เวลาเพียง 15-20 นาทีสำหรับการเดินทางไปยังเกาะล้านโดยเรือสปีดโบ๊ท การเดินทางโดยสปีดโบ้ทนั้นสร้างความสนุกสนานให้แก่ผู้โดยสารทุกท่าน นอกจากนี้ยังมีเสื้อชูชีพให้แก่ผู้โดยสารทุกท่านเพื่อความปลอดภัย ค่าโดยสารอยู่ที่ 1,500-2,000 บาทต่อวัน
เดินทางโดยเรือ เรือเที่ยวแรกนั้นออกจากท่าเวลา 08.00 น. และจากเกาะล้านไปยังพัทยานั้นให้บริการเวลาเดียวกัน โดยให้บริการทุก ๆ 2 ชั่วโมง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที เรือเที่ยวสุดท้ายจากพัทยาไปเกาะล้านนั้น เวลา 18.30 น. และเที่ยวสุดท้ายที่ออกจากเกาะล้านนั้นเวลา 18.00 น. ค่าโดยสารคนละ 20 บาท
การเดินทางในเกาะล้านนั้นคล้ายๆกับการเดินทางในพัทยา คือ โดยสารรถสองแถว หรือมอเตอร์ไซด์

เตรียมตัวอย่างไร...เมื่อไปทะเล

เตรียมตัวอย่างไร...เมื่อไปทะเล

เมื่อเข้าช่วงหน้าร้อนสถานที่ท่องเที่ยวที่มักได้รับความนิยม ก็คงหนีไม่พ้นทะเลเป็นแน่เพราะความปลอดโปร่ง ของท้องฟ้าใส น้ำทะเลสีครามและ หาดทรายที่ขาวสะอาด คงทำให้ได้รู้สึกผ่อนคลายร้อนได้มากจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นทะเลทางฝั่งอ่าวไทย หรือทะเลทางฝั่งอันดามัน ก็ล้วนแล้วแต่มีเสน่ห์ ในตัวเองที่แตกต่างกันแล้วแต่ความชอบของแต่ละคน การเตรียมความพร้อมก่อนการท่องเที่ยวก็มีความสำคัญ ไม่น้อยเลยนะคะเพราะเมื่อเราเตรียมพร้อมมาอย่างดีแล้ว การเที่ยวของเราคร้งนี้ก็มีแต่ความสุข และสามารถสนุกสนานได้อย่างเต็มที่ ไม่มีความกังวล ตามตะวันก็มี เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ในการเตรียมตัวก่อนไปเที่ยวทะเล ที่ดูเหมือนเป็นเรื่อง ๆ ง่าย ๆ แต่เราก็ไม่ควรที่จะมองข้าม มานำเสนอเพื่อน ๆ กันนะคะ

สิ่งแรกที่เราควรที่จะคำนึงถึงเมื่อเราจะไปเที่ยวก็คือ สถานที่ ที่เราจะไป เราควรหาข้อมูล รายละเอียดของที่ ๆ จะไปให้มากที่สุด ควรรู้สภาพภูมิอากาศด้วยยิ่งดีจะได้เตรียมอุปกรณ ์ ต่างๆ ให้พร้อมและเตรียมรับมือกับเหตุการณ์เฉพาะหน้าได้ นอกจากภูมิอากาศแล้ว เรายังควรที่จะรู้ว่าที่ที่เราจะไปนั้นมีอะไรเป็นจุดเด่น มีกิจกรรมอะไรให้เราทำบ้าง กลับมาจะได้ไม่อายใคร ว่าไปแล้วไปไม่ถึง



การเตรียมเสื้อผ้าที่เหมาะสมกับสถานที่ ก็เป็นสิ่งสำคัญไม่น้อยเช่นกัน ควรเลือกให้เข้ากัน กับบรรยากาศชายทะเลสิ่งที่ต้องเตรียมก็เช่น ชุดว่ายน้ำ ผ้าผืนโต ๆ สำหรับปูนอนอาบแดด และพันกาย เสื้อกล้าม เสื้อยืดสบาย ๆ กางเกงขาสั้นที่ดูทะมัดทะแมง กางเกงชาวเล ที่ใช้ได้ทั้งการใส่นอน - ใส่เที่ยว แว่นกันแดด หมวกใบเก๋ รองเท้าแตะ โดยอาจเลือกเสื้อผ้าและรองเท้าให้มีสี เข้ากันเพียงสีเดียวหรือสองสีพื้น ๆ เพื่อจะสลับสับเปลี่ยนกันใช้ได้ เป็นการประหยัดเนื้อที่เวลาเก็บใส่กระเป๋าอีกด้วย

ขึ้นชื่อว่าไปเที่ยวทะเลแล้ว หลายคนก็คงรู้สึกเหมือนกันว่ากลับมาต้องดำแน่นอน เพราะอย่างที่รู้กันว่าทะเลเป็นที่ที่แดดแรงมากแต่ถ้าเรารู้จักวิธีการป้องกันมันก็คง ไม่ร้ายแรงอย่างที่คิด ดังนั้นสิ่งของที่จำเป็นสำหรับการเที่ยวทะเลลำดับต่อมา ก็คงหนีไม่พ้น ครีมกันแดด ซึ่งก็ควรเป็นครีมกันแดดชนิดที่มีค่า SPF สูง ๆ ไว้ก่อนนะคะ ทางที่ดีน่าจะเกินกว่า 30 - 50 ขึ้นไป นอกจากครีมกันแดดแล้ว เมื่อเราไปที่ต่าง ที่ต่างถิ่นเราอาจจะไม่สบายเอาได้ง่าย ๆ เราก็ควรจะเตรียมยาแก้ปวด ยาแก้แพ้ หรือพลาสเตอร์ยา เผื่อเอาไว้ยามฉุกเฉินด้วยนะคะ



นอกจากนี้ก็ยังมีข้าวของที่มองดูเหมือนเป็นสิ่งเล็กน้อย แต่ก็มีความสำคัญไม่น้อยเลย เช่น ยาสระผม ครีมอาบน้ำ ครีมบำรุงผิว ที่ขนาดปกติที่เราใช้ ๆ กันอาจจะมีขนาดที่ใหญ่โต ไม่สะดวกต่อการพกพา เมื่อเราจะไปเที่ยวเราก็อาจจะแก้ไขด้วยการแบ่งใส่ขวดแบ่ง บรรจุเล็ก ๆ เพื่อให้ง่ายต่อการพกพา


เวลาไปเที่ยวนอกจากคุณจะต้องเสื้อผ้า ของใช้ส่วนตัวอื่นๆ แล้ว สิ่งหนึ่งที่ไม่อาจจะ ลืมได้ก็คงจะเป็น กล้องถ่ายรูป เพื่อให้การเที่ยวของคุณแต่ละครั้งสมบูรณ์แบบ จึงจำเป็นต้องมีการเก็บภาพเป็นที่ระลึกไว้ให้ดูเมื่อกลับมา เป็นสิ่งที่ดีเสียอีกนะ เก็บภาพไว้ยังดีกว่าเก็บสิ่งของจากสถานที่นั้นมานะคะ


ทั้งหมดนี้ก็เป็นแค่เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยในการเตรียมตัว ก่อนที่จะออกเดินทางไปเที่ยวทะเล ที่หลาย ๆ คน อาจจะเห็นว่ามันเรื่องง่าย ๆ ที่มองข้ามไป แต่ถ้าเรามีความรู้เก็บไว้บ้าง บางทีทริปหน้าของเราอาจจะสะดวก สบาย และเตรียมตัวได้พร้อมมากขึ้นก็ได้นะคะ







เคล็ดไม่ลับ สำหรับดำน้ำตื้น

เคล็ดไม่ลับ สำหรับดำน้ำตื้น

"การเตรียมพร้อมสำหรับการดำน้ำตื้น"
เวลาไปเที่ยวเพื่อการดำน้ำ จะต้องประมาณตนเองว่ามีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอ นอกจากจะเพื่อความปลอดภัยของตนเองแล้ว ยังไม่เป็นภาระของผู้อื่นด้วยนะจ๊ะ
ผู้ที่ว่ายน้ำไม่เป็น แต่อยากไปดำน้ำตื้นกับเพื่อนด้วย ควรมีความพร้อมทั้งร่างกายคือแข็งแรง และพร้อมด้านจิตใจ คือ ต้องไม่กลัวจมน้ำ ธรรมชาติของร่างกายคนเราเวลาที่ลงน้ำ จะลอย ยิ่งมีชูชีพพยุงตัวอยู่ด้วยแล้ว รับรองไม่จมแน่ แต่มักจะบังคับการลอยตัวไม่เป็น ขอบอกว่า ไม่ยาก ลองทำแบบนี้ซิ ถ้านอนหงายต้องการจะตั้งตัวตรง ให้งอเข่าทั้งสองข้างขึ้นแล้วตัวจะตั้งตรงเองแล้วยืนขาตรงให้เป็นปกติ แต่ถ้านอนก้มหน้าต้องการตั้งตรง ก็ให้งอเข่าอีกเช่นกันเมื่อตั้งตรงแล้วก็ยืดขาตามปกติ
เวลาออกไปดำน้ำดูปะการัง ควรไปด้วยกันอย่างน้อย2 คน เสมอ เพระว่ามีอะไรก็สามารถช่วยกันได้ อย่าคิดเป็นศิลปินเดี่ยวเด็ดขาด
การดำน้ำตื้นควรมองในมุม 30 องศา เพราะว่าจะสามารถมองดูสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลไม่ว่าจะเป็นปลา ปะการัง สัตว์น้ำอื่นๆ ในสภาพสิ่งแวดล้อมได้กว้างกว่า ในมุมเดียวกันคนที่ว่ายมาด้วยกันก็ไม่สามารถมองเห็นเหมือนกัน
การดำน้ำเวลาดูปะการังไม่ควรรีบว่ายเพราะไม่ได้ไปแข่งกีฬาทีมชาติ ให้ค่อยๆ ว่ายช้าๆ ดูดีๆ มีปลาที่พรางตัวให้เข้ากับธรรมชาติ หรือ ซ่อนอยู่ตามซอกหลีบปะการัง หรือ หนอนฉัตรหลากสีตามโขดหินหรือ แม้แต่ปู หอย ตัวเล็กตัวน้อย อีกมากมาย จะทำให้เรามีการสังเกตมากขึ้น และได้เห็นมากกว่าคนอื่น
ห้ามจับหรือไปสัมผัสสัตว์น้ำทุกชนิด เพราะว่าส่วนใหญ่จะมีพิษเพื่อป้องกันตัว อย่างสุภาษิต ที่ว่า ปลาใหญ่กินปลาเล็ก สัตว์น้ำก็ต้องระวังตัวอยู่ตลอดเวลาเหมือนกัน แม้ว่า สัตว์บางชนิดไม่มีพิษ แต่มีสิ่งแวดล้อมแบบพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันช่วยป้องกันอันตรายให้ เช่น ปลาการ์ตูน ไม่มีพิษ แต่อาศัยอยู่กับดอกไม้ทะเลที่มีเข็มพิษอยู่ ดังนั้น ปลาการ์ตูนมีสีสรรสวยงามเพื่อหลอกล่อให้ปลาอื่นเข้าใกล้ และเป็นอาหารให้ดอกไม้ทะเล ในขณะเดียวกันดอกไม้ทะเลก็มีเข็มพิษไว้ดักจับปลาที่ถูกหลอกมาเป็นอาหาร เป็นการป้องกันปลาการ์ตูนไปด้วย ดังนั้น เห็นปลาการ์ตูนสวยๆ อย่าไปจับนะจ๊ะ อาจโดนเข็มพิษของดอกไม้ทะเลได้ หรือ แม้แต่ปลิงทะเล ดูนิ่มๆ ไม่มีพิษ หากคุณจับมันมาโยนเล่นกัน น้ำเมือกใต้ท้องของทากที่พ่นออกมาทำให้ตาบอดได้นะ สิบอกให้
ห้ามยืนบนปะการังเด็ดขาด เพราะว่าปะการังจะโตประมาณ 1 ปี แค่ 1 เซนติเมตร บนก้อนปะการังหนึ่งก้อน ประกอบด้วยปะการังเล็กๆ หลายๆ ตัวรวมกัน และเป็นการสร้างรูปร่างให้พอกับการรับน้ำหนักของตัวเขาเองเท่านั้น แล้วจะไปรับน้ำหนักของคนที่ขึ้นไปยืนได้อย่างไร การที่ไปเหยียบบนปะการัง หมายถึงความตายของปะการังหลายร้อยตัว หลายๆ คนบอกว่าเหนื่อยต้องยืนพัก ไม่มีที่ยืน เวลาลอยตัวอยู่นิ่งๆ ก็พักได้อย่าไปพักบนชีวิตเล็กๆ หลายร้อยตัวเลยนะจ๊ะ บาปนะ และบางครั้ง การไปยืนบนโขดหินที่มีเพรียงเกาะอยู่ ก็อาจจะบาดเท้าได้ หรือตาม ปะการังมีเม่นทะเลอยู่ ทิ่มตำเท้าให้เจ็บแสบเล่นได้
เวลาลงน้ำ ควรหันหน้าเข้าหาเรือ ลงตามบันไดเรือ เมื่อถึงน้ำ ให้ผลักตัวออกจากเรือ อย่าโดดน้ำ เพราะไม่รู้ว่าความลึกของน้ำแค่ไหน อาจจะไปทำปะการังหัก และท่านเองก็ได้รับบาดเจ็บจากการชน กระแทก โขดหินได้
ควรดื่มน้ำมากๆ ก่อนลงทะเล เพราะเวลาเราว่ายน้ำ มีการสูญเสียน้ำในร่างกายมาก การดื่มก่อนจะทำให้เราไม่หิวกระหายได้ง่าย
ห้ามทิ้งขยะลงทะเล หากเห็นขยะลอยอยู่ก็ช่วยๆ กันเก็บขึ้นมาด้วย เป็นการอนุรักษ์ท้องทะเลบ้านเราให้คงอยู่ต่อไปอีกนานแสนนาน
ไม่ควรคุยกันในขณะว่ายน้ำจะทำให้ปลาตกใจ เพราะปลาฟังภาษาคนไม่ออก และน้ำจะเข้าปากทำให้สำลักได้

































เกาะกุฎี

เที่ยวทะเลสวยๆ น้ำใส หาดทรายขาว ปะการังสวย ไม่มีที่ไหนจะดีไปกว่าทะเลฝั่งอันดามันอีกแล้ว อย่างเช่นที่เกาะสิมิลันมีหาดทรายที่ขาวจนแสบตา อย่างเกาะสุรินทร์มีปะการังน้ำตื้นเยอะซะดูจนตาลาย ยิ่งแถวอันดามันใต้อย่างเกาะอาดัง เกาะราวีด้วยแล้วยิ่งงดงาม สวยทั้งใต้น้ำและชายหาด แต่จะไปยังไงในเมื่อช่วงฤดูฝนอย่างนี้ทะเลฝั่งอันดามันกำลังโดนลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กระหน่ำไม่เว้นแต่ละวัน ฝนตกหนัก คลื่นลมแรง เรือเล็กงดออกจากฝั่ง เรือใหญ่ก็ใช่ว่าจะรอด ประเทศไทยเราถูกขนาบด้วยมหาสมุทรถึงสองมหาสมุทร คือทางฝั่งตะวันตกมีมหาสมุทรอินเดียหรือฝั่งอันดามัน ส่วนทางฝั่งตะวันออกมีมหาสมุทรแปซิฟิก หรือที่เราเรียกติดว่าปากว่าฝั่งอ่าวไทย ในเมื่อเรามีถึงสองมหาสมุทรแบบนี้จะหาที่เที่ยวทะเลสวยๆ ไม่ได้เชียวหรือ ในเมื่อลมมรสุมถล่มฝั่งอันดามัน ก็ใช่ว่าฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิคจะไม่มีที่เที่ยว เรียกว่าฝั่งอ่าวไทยดีกว่า ฝั่งอ่าวไทยเราก็มีเกาะสวยๆ เยอะ อย่างเช่นเกาะเต่า สวยไม่น้อยหน้าใคร อย่างเกาะกูด เกาะหมาก และอีกหลายเกาะฝั่งตะวันออกก็สวยใช่ย่อย เมื่อก่อนสวยกว่านี้อีก แต่เมื่อหลายปีก่อนโดนพายุเกรย์หอบแนวปะการังน้ำตื้นไปเก็บไว้บนชายฝั่งซะเกือบหมด แต่สิ่งที่เหลืออยู่ก็ยังคงงดงามพอที่จะทำให้ผู้ที่ได้ไปเยือนมีความสุขกับสิ่งที่ได้พบเห็นและคิดถึงเมื่อยามกลับไป หลายเกาะที่เอ่ยชื่อมานั้นยังสวยงาม เที่ยวได้เพราะไม่โดนลมมรสุม
ไปเที่ยวทะเลระยองกันดีกว่า วันนี้จะพาไปเที่ยวเกาะเล็กๆ ของอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า อยู่ใกล้ๆ กับเกาะเสม็ด สงสัยว่าจะไปดูอะไรโลกใต้ทะเลที่นี่จะมีอะไรให้ดูนอกจากกระป๋องโค้ก กับขวดเบียร์ ใจเย็นครับท่าน ถ้าเป็นที่เกาะเสม็ดล่ะก็ไม่แน่ แต่ที่ผมจะพาไปล่ะก็...ไม่ใช่ เกาะนี้เป็นเกาะเล็กๆ อยู่ใกล้ๆ กับเกาะเสม็ด อยู่ถัดจากเกาะเสม็ดไปทางทิศตะวันออก อยู่ห่างจากหัวแหลมของเกาะเสม็ดเป็นระยะทางประมาณ 4.61 กิโลเมตร เกาะนี้ยังคงความสวยงามของโลกใต้ทะเลอยู่ได้เพราะเป็นเกาะในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติ สังกัดอยู่กับอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า ลืมบอกไปว่าเกาะนี้ชื่อว่า เกาะกุฎี เกาะชื่อแปลกที่ไม่ค่อยได้ยินชื่อ อ่านว่า กุดี ไม่ใช่ กุลีแบกข้าวสาร หรือเกาะกูดีคนเดียว หรือ เกาะกูตีหัวชาวบ้าน ที่ถูกอ่านว่า เกาะกุดี
เกาะกุฏี เป็นเกาะหนึ่งในหมู่เกาะกุฎี ประกอบด้วยเกาะเล็กๆ 3 เกาะ โดยมีเกาะกุฎีเป็นเกาะใหญ่สุด ความยาวหัวเกาะถึงท้ายเกาะประมาณ 510 เมตร เกาะถัดมาทางทิศเหนือคือเกาะขาม เป็นเกาะเล็กๆ ยาวสุดประมาณ 150 เมตร ท้ายสุดทางทิศเหนือ ชื่อไม่ค่อยสุภาพสักเท่าไรแต่คนที่นั่นเขาก็เรียกกันว่า เกาะปลายตีน ความยาวหัวถึงท้ายเกาะประมาณ 390 เมตร ทั้ง 3 เกาะรวมกันเรียกว่าหมู่เกาะกุฎี แต่ก็ยังมีเกาะอื่นๆ ที่เรียกชื่อแยกออกมาอีกเช่นเกาะค้างคาว เกาะถ้ำฤาษี แต่เกาะเหล่านี้มีสันฐานติดกับเกาะกุฎี ความหลักวิชาการก็คือเกาะเดียวกัน
เกาะกุฏี ถึงแม้จะเป็นเกาะเล็กๆ แต่ก็มีจุดที่น่าสนใจหลายอย่าง แนวปะการังน้ำตื้นรอบเกาะคือจุดท่องเที่ยวที่โดดเด่นที่สุดของเกาะกุฎี ปะการังที่นี่มีหลากหลายและสวย ส่วนที่ว่าจะสวยยังไงอีกสักเดี๋ยวเราจะได้โดดน้ำลงไปชมกัน การเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติบนเกาะกุฏีเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ไม่ควรพลาด แม้จะเป็นเพียงเกาะเล็กๆ แต่ก็มีป่าในสภาพที่สมบูรณ์ อัดแน่นไปด้วยต้นไม้ จากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติเดินขึ้นเขาไปยังจุดชมวิวผานิลมังกร ทางเดินผ่านป่าเขียวๆ ร่มรื่น ณ. จุดชมวิวจะมองเห็นทัศนียภาพรอบเกาะที่สวยงาม มองไปทางทิศตะวันตกจะเห็นเกาะทอดตัวเป็นแนวยาวจากเหนือจรดใต้ นั่นล่ะเกาะเสม็ด นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติบ้างก็ซื้อทัวร์มาจากเกาะเสม็ดบ้างก็มาเรือสปีดโบทเช่าเหมาลำ ท่าเรือเช่ามีตั้งแต่ท่าเรือบ้านเพ ชายหาดสวนสน ไปจนถึงแหลมแม่พิมพ์

ถึงเกาะกุฎี สภาพชายหาดมีแนวสันทรายยาวจากทะเลไปสู่เกาะ เรือต้องจอดที่ข้างสันทรายไม่สามารถเข้าไปจอดริมเกาะได้เพราะว่าน้ำตื้น ลงจากเรือก็ต้องขึ้นเกาะไปชำระเงินค่าธรรมเนียมตามระเบียบของกรมอุทยานฯ บนเกาะมีสำนักงานศูนย์บริการนักท่องเที่ยว มีเจ้าหน้าที่อยู่ประจำเกาะเพื่อคอยอำนวยความสะดวกและดูแลเรื่องความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นจึงมั่นใจได้ในเรื่องของความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเล็ก กลุ่มใหญ่ ไปคู่ หรือไปเดี่ยวก็เที่ยวได้ มองไปทางด้านซ้ายเห็นการก่อสร้าง เป็นการสร้างบ้านพักหลังเล็กบริเวณชายเขา ทางด้านขวามีบ้านหลังเล็กๆ ของอุทยานไว้ให้บริการนักท่องเที่ยว แต่ที่นี่จะมีปัญหาเรื่องน้ำใช้ เพราะไม่มีแหล่งน้ำ น้ำใช้ในห้องน้ำก็ต้องใช้น้ำเค็ม สำหรับน้ำจืดต้องสั่งซื้อมาจากฝั่ง ดังนั้นผู้ที่ขึ้นไปพักบนเกาะหากประสงค์จะใช้น้ำจืดก็จะต้องจ่ายค่าน้ำจืดเพิ่มต่างหากค่าธรรมเนียมและค่าที่พัก

สำหรับดำน้ำจุดแรก จุดที่จะลงดำบริเวณหัวแหลมฝั่งตะวันออก แนวปะการังในบริเวณนี้กระจายอยู่ทั่วไปบริเวณริมเกาะจากทิศเหนือจรดใต้ พอได้จุ่มหน้าลงน้ำได้เห็นความใสของน้ำแล้วก็ชื่นใจ น้ำใส พอบอกว่าน้ำใสอย่าเพิ่งคิดไปไกลว่าใสเหมือนอย่างสิมิลัน ความใสของน้ำทะเลฝั่งอันดามันมีความใส หรือเรียกว่าทัศนวิสัยใต้น้ำมองได้ไกลไม่ต่ำกว่า 10 เมตร อย่างที่เกาะสิมิลันอย่างต่ำก็ 15 เมตร บางครั้งถึง 30 เมตร อย่างเกาะสุรินทร์ก็จะขุ่นกว่า แต่ถึงยังไงก็ยังเกิน 10 เมตร บางครั้งก็ 15 เมตร แต่สำหรับทะเลแถวระยองความใสอย่างมากก็แค่ 5 เมตร แต่สำหรับวันนี้ความใสอยู่ที่ประมาณ 3-4 เมตร ช่วงเช้า 4 เมตร ช่วงบ่ายประมาณ 3 เมตร แค่ความใสเพียง 4 เมตรก็ทำให้ประทับใจแล้วกับความงดงามของโลกใต้ทะเลของที่นี่แล้ว ถึงแม้จะอยู่ใกล้ฝั่งแต่แนวปะการังที่นี่ยังสมบูรณ์และมีความหลากหลาย หลักๆ คือปะการังโต๊ะ ปะการังโขด ปะการังสมอง ปะการังดอกไม้ทะเลก็มี ปะการังเขากวางก็พอมี ปะการังสีสวยอีกชนิดหนึ่งของที่นี่คือปะการังเขากวางสีเขียว และยังมีฟองน้ำครกด้วย